เผยแพร่โดย Digigen | Google Cloud Partner สำหรับประเทศไทยและสิงคโปร์
บทสนทนาเรื่อง AI สำหรับองค์กรได้เปลี่ยนไปแล้ว และ Google Cloud Next ในปีนี้ได้ทำให้เห็นชัดเจนอย่างหนึ่งว่า ยุคของ Agentic AI ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดในเชิงทฤษฎีอีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่การใช้งานจริงในระดับปฏิบัติการ
Thomas Kurian เปิดงาน Google Cloud Next ’26 ที่ลาสเวกัสด้วยสารที่น่าจะส่งแรงสะเทือนไปยังห้องประชุมผู้บริหารตั้งแต่สาทรถึงสีลมในช่วงไตรมาสถัดไป “Agentic Enterprise” ไม่ใช่แค่สไลด์ใน roadmap deck อีกต่อไป แต่มันกำลังถูกนำไปใช้งานจริงในระดับขนาดใหญ่ และ Google Cloud ก็ได้ปรับตำแหน่งของทั้งแพลตฟอร์มใหม่ให้หมุนรอบแนวคิดนี้อย่างชัดเจน
หากคุณเป็น CIO, CTO หรือเจ้าของธุรกิจในไทยที่กำลังสงสัยว่าสิ่งนี้จะหมายถึงอะไรต่อการดำเนินงานของคุณในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือพื้นที่อุตสาหกรรมทั่วประเทศไทย บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เห็นภาพ เราจะสรุปประกาศสำคัญ แปลงกระแสความตื่นเต้นให้เป็นความหมายเชิงปฏิบัติสำหรับตลาดไทย และแบ่งปันมุมมองอย่างตรงไปตรงมาของ Digigen ในฐานะ Google Cloud Partner ที่ทำงานกับองค์กรไทยอยู่ทุกวัน
ไปดูกันเลย
ประเด็นใหญ่จาก keynote ของ Kurian คือ Gemini Enterprise ได้กลายเป็นประตูหลักสู่ AI สำหรับทั้งพนักงานทุกคนและทุกปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าแล้ว มันไม่ได้ถูกวางตำแหน่งเป็นเพียงเครื่องมือแชตที่มีการควบคุมระดับองค์กรอีกต่อไป แต่ Google กำลังนิยามมันใหม่ให้เป็นเนื้อเยื่อเชื่อมต่อระหว่างข้อมูล คน แอปพลิเคชัน และเอเจนต์ของคุณ
สิ่งที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ชัดเจนคือชุดตัวเลขที่ Google เปิดเผย ผู้ใช้งานแบบชำระเงินรายเดือนเติบโต 40% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสใน Q1 เกือบ 75% ของลูกค้า Google Cloud ใช้ผลิตภัณฑ์ AI ในสภาพแวดล้อมจริงแล้ว และมีลูกค้า 330 รายที่ประมวลผลเกินหนึ่งล้านล้านโทเคนต่อรายภายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
สำหรับประเทศไทย เรื่องนี้สำคัญเพราะเส้นโค้งการยอมรับที่เราเห็นจากลูกค้าของเราสอดคล้องกับภาพรวมระดับโลกอย่างมาก เมื่อหนึ่งปีก่อน องค์กรไทยยังอยู่ในช่วงทดลอง proof of concept แต่วันนี้คำถามเปลี่ยนเป็น จะนำ agent ไปใช้งานจริงอย่างไรโดยไม่สร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแล และคำตอบของ Google คือแพลตฟอร์มเดียวที่มี governance ชัดเจน แทนการต่อประกอบเครื่องมือหลายชิ้นเข้าด้วยกัน
นี่คือประกาศที่จะส่งผลต่อธุรกิจไทยมากที่สุดในช่วง 12 เดือนข้างหน้า Gemini Enterprise Agent Platform ใหม่ ถูกสร้างขึ้นบน 4 เสาหลัก ได้แก่ build, scale, govern และ optimize
นี่คือก้าวสำคัญมาก องค์กรไทยจำนวนมากกำลังติดอยู่ระหว่างสองทางเลือกที่ไม่ดีนัก ทางแรกคือสร้าง agent แบบทดลองด้วยเครื่องมือ automation ต่าง ๆ ที่แทบไม่มี governance และอีกทางคือรอผู้ให้บริการระบบเดิมปล่อยโซลูชันที่ทั้งแพงและช้าเกินไปอีกหลายปี
Agent Platform เปิดทางเลือกที่สาม นั่นคือการสร้างบนรากฐานที่มี governance ชัดเจน มีระบบควบคุมความปลอดภัยที่ใช้งานได้จริง และทำให้คุณนำ agent เข้าสู่ production ในรูปแบบที่ทีม audit สามารถยอมรับได้ สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลสูงในไทย เช่น การเงิน ประกันภัย และสาธารณสุข ความสามารถอย่าง Agent Gateway และ Agent Identity มีความสำคัญเป็นพิเศษ
ขณะนี้เรากำลังวางแผน pilot กับลูกค้าไทยบางราย เพื่อย้าย agent prototype รุ่นแรกไปสู่โมเดลที่พร้อมใช้งานจริงมากขึ้น
Google ประกาศเปิดตัว TPU รุ่นที่ 8 โดยแยกออกเป็นชิปเฉพาะทาง 2 แบบ
ออกแบบมาสำหรับงาน training สามารถขยายได้ถึง 9,600 TPU และหน่วยความจำแบบ shared memory ขนาด 2 PB ภายใน superpod เดียว พร้อมการยกระดับทั้งด้านพลังประมวลผลและประสิทธิภาพพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ
ออกแบบมาสำหรับงาน inference โดยสถาปัตยกรรมใหม่และ on-chip SRAM ที่มากขึ้น ช่วยยกระดับ price-performance สำหรับเวิร์กโหลด AI ใน production ได้อย่างชัดเจน
ธุรกิจไทยส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในจุดที่ต้อง train frontier model ด้วยตัวเอง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมากกว่าคือเรื่องต้นทุนของ inference เพราะนั่นคือจุดที่ business case เริ่มชัดเจนขึ้น
หากคุณกำลังรัน customer support agent, document pipeline หรือเวิร์กโหลด AI ปริมาณสูง การปรับปรุงด้าน inference price-performance จะช่วยให้ economics ของการขึ้นระบบจริงดีขึ้นโดยตรง
เมื่อรวมกับ Bangkok region ของ Google แล้ว องค์กรไทยก็มีฐานที่แข็งแรงขึ้นสำหรับการรัน AI บน production ที่ทั้ง latency ต่ำและต้นทุนต่ำ
Google กำลัง ปรับโครงสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลใหม่ บนสมมติฐานสำคัญข้อหนึ่งว่า ผู้บริโภคหลักของข้อมูลระดับองค์กรในอนาคตจะไม่ได้มีแค่มนุษย์อีกต่อไป แต่รวมถึง agent ด้วย
นี่คือจุดที่องค์กรไทยมักติดขัด ข้อมูลกระจายอยู่ตามระบบ on-prem, ERP ภายในประเทศ, สเปรดชีต และฐานข้อมูลเก่า ๆ
Cross-Cloud Lakehouse และ Knowledge Catalog ช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องทำโครงการ migration ขนาดใหญ่ก่อนที่ agent จะเริ่มใช้งานได้จริง คุณสามารถเก็บข้อมูลไว้ที่เดิม เติมบริบทธุรกิจลงไป และเปิดให้ agent เข้าถึงข้อมูลได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
สำหรับกลุ่มธุรกิจไทยที่ดำเนินงานครอบคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความยืดหยุ่นแบบนี้มีคุณค่าอย่างมาก
Google กำลังเดินเกมอย่างจริงจังในด้าน AI-powered security โดยผสาน Google Threat Intelligence, Security Operations และแพลตฟอร์ม Cloud และ AI Security ของ Wiz เข้าด้วยกัน
องค์กรไทยกำลังเผชิญกับฟิชชิง การฉ้อโกง และการโจมตีจากบอตที่ซับซ้อนมากขึ้น เรื่องความปลอดภัยในประกาศครั้งนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นด้านภาพลักษณ์ แต่เป็นตัวคูณเชิงปฏิบัติการ โดยเฉพาะสำหรับทีมที่มีขนาดไม่ใหญ่
สำหรับธุรกิจที่ยังไม่มี SOC เต็มรูปแบบตลอด 24/7 ความสามารถด้าน AI-assisted investigation และ detection สามารถยกระดับความครอบคลุมได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อควรพิจารณาในทางปฏิบัติคือ Wiz ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์แยกต่างหาก ดังนั้นเรื่อง licensing ควรถูกนำมารวมในแผนการตัดสินใจตั้งแต่ต้น
มี 2 ส่วนที่ได้รับการอัปเกรดอย่างน่าสนใจ
LINE ยังคงเป็นช่องทางหลักในประเทศไทย และนี่คือปัจจัยเฉพาะตลาดที่สำคัญ สำหรับธุรกิจไทยที่สื่อสารกับผู้บริโภคจำนวนมาก หลายกรณียังจำเป็นต้องมี integration layer เพิ่มเติมอยู่ดี
ในฝั่ง Workspace สิ่งที่น่าสนใจมากคือการพัฒนาด้าน migration เพราะสำหรับองค์กรที่กำลังเปรียบเทียบระหว่าง Google Workspace กับ Microsoft 365 กรอบการตัดสินใจได้เปลี่ยนไปแล้ว
สำหรับธนาคาร บริษัทประกัน และหน่วยงานภาครัฐในไทย เรื่องนี้มีความสำคัญมาก Google รองรับ Gemini 3 models ทั้งในสภาพแวดล้อมแบบ air-gapped และ connected แล้ว เมื่อรวมกับ sovereign cloud options ก็ช่วยลดหนึ่งในอุปสรรคสำคัญสุดท้ายของการใช้งานในองค์กรที่มีข้อกำกับเข้มงวด
Google ยังตอกย้ำจุดยืนเรื่อง openness อย่างชัดเจน โดยเปิดให้ใช้งาน Claude models บน Vertex AI ควบคู่กับ Gemini ทำให้ลูกค้ามีอิสระในการเลือกและผสมโมเดลได้มากขึ้น โดยไม่ต้องถูกผูกกับผู้ให้บริการรายเดียว
Google Cloud Next ’26 คือสัญญาณที่ชัดที่สุดจนถึงตอนนี้ว่า บทสนทนาเรื่อง AI ในระดับองค์กรได้ข้ามพ้นคำถามว่า “ควรใช้หรือไม่” ไปสู่คำถามว่า “จะกำกับดูแลอย่างไรเมื่อขยายในระดับใหญ่” และสำหรับประเทศไทย จังหวะเวลานี้ถือว่าเหมาะสม เพราะเครื่องมือต่าง ๆ กำลังสุกงอมพอดีกับช่วงที่หลายองค์กรเริ่มพร้อมสำหรับการใช้งานจริงบน production
ที่ Digigen เราช่วยองค์กรไทยออกแบบ ติดตั้ง และกำกับดูแลโซลูชันด้าน Google Cloud, AI และ productivity หากคุณต้องการมุมมองที่ตรงไปตรงมาและใช้งานได้จริงสำหรับธุรกิจของคุณ เรายินดีพูดคุยด้วย
Agentic Enterprise เกิดขึ้นจริงแล้ว คำถามคือองค์กรของคุณจะเป็นผู้นำ หรือจะเป็นผู้ตาม
Digigen คือ Google Cloud Partner และ Microsoft Solutions Partner ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ให้บริการทั้งประเทศไทยและสิงคโปร์ เราช่วยองค์กรออกแบบ ติดตั้ง และกำกับดูแลโซลูชันด้าน AI, cloud และ productivity
ติดต่อเราได้ที่ hello@digigen.io หรือเยี่ยมชม digigen.io
สำหรับงานด้าน AI agent consulting ดูเพิ่มเติมได้ที่ The Agentiv