Google Cloud Thailand Region (asia-southeast3) เปิดใช้งานแล้วในกรุงเทพฯ ช่วยให้องค์กรไทยได้ทั้งประสิทธิภาพที่เร็วขึ้น ลดความหน่วง (Latency) รองรับการเก็บข้อมูลในประเทศ (Data Residency) และพร้อมต่อยอด AI บนโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
ประสบการณ์ใช้งานลื่นขึ้น โหลดเร็วขึ้น เหมาะกับแอปที่ต้องตอบสนองแบบเรียลไทม์
ช่วยให้องค์กรออกแบบให้ข้อมูลที่กำหนดถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น
สร้างและรันระบบในไทย พร้อมขยายสเกลและใช้บริการขั้นสูงรวมถึง AI บนเครือข่ายระดับโลก
องค์กรไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐ มีโจทย์ร่วมกันคือ ต้องการแอปพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพสูงและตอบสนองรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสอดคล้องกับข้อกำกับดูแล
การมี Cloud Region ในประเทศไทยช่วยลดข้อจำกัดเดิมๆ อย่างการดีเลย์จากการเชื่อมต่อข้ามประเทศ และทำให้การวางสถาปัตยกรรมเพื่อรองรับ Data Residency เป็นเรื่องที่ทำได้ตรงไปตรงมามากขึ้น
นี่คือก้าวสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย และเป็นฐานให้การเปลี่ยนผ่านสู่ Data และ AI ทำได้เร็วขึ้นในระดับประเทศ
เมื่อระบบอยู่ใกล้ผู้ใช้ในไทยมากขึ้น ความหน่วงลดลง ประสบการณ์ใช้งานดีขึ้น ทั้งเว็บและมือถือ โดยเฉพาะระบบที่ต้องการการตอบสนองรวดเร็ว เช่น ธนาคาร ประกัน อีคอมเมิร์ซ หรือแพลตฟอร์มบริการลูกค้า
Thailand Region ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบให้ “ข้อมูลที่กำหนด” ถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำกับดูแล เช่น PDPA และข้อกำหนดเฉพาะอุตสาหกรรม
องค์กรสามารถรันงานหลักที่ต้องการความเร็วหรือกำกับเข้มในกรุงเทพฯ และยังเชื่อมต่อกับบริการระดับโลกของ Google Cloud ได้เมื่อจำเป็น แนวคิดนี้ช่วยให้บาลานซ์ได้ทั้ง “ความเร็ว” “ความเสี่ยง” และ “ต้นทุน”
จุดที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ การทำ AI ให้เป็นของจริงในองค์กรจะง่ายขึ้น เพราะสามารถวางระบบงานหลักและข้อมูลสำคัญไว้ในไทย แล้วต่อยอดการใช้งาน AI บนแพลตฟอร์มของ Google Cloud ได้ตามความเหมาะสม
สำหรับองค์กรที่กำลังมองหา Agentic workflows, การทำ Automation, หรือการสร้างแอปที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การมี Region ในไทยช่วยให้การออกแบบระบบมีความมั่นใจมากขึ้น ทั้งด้านประสิทธิภาพและการกำกับดูแล
หากคุณกำลังวางแผนย้ายระบบขึ้นคลาวด์ หรือกำลังเริ่มทำ Data และ AI อย่างจริงจัง นี่คือแนวทางเริ่มต้นที่ทำให้เห็นผลไวและลดความเสี่ยง